

ไม่ใช่เรื่องเเปลกที่วงการเพลงจะมีเเนวเพลงใหม่ๆ
เข้ามาในวงการ ว่าแต่เพลงสนุกๆ
ที่ทำให้เต้นได้ล่ะ 5 สาว The Saturdays ที่มาพร้อมกับเพลงป็อปแดนซ์ ความสนุกสนานจากสาว ๆ กับเพลงของพวกเธอที่ติดชาร์ต UK. เป็นว่าเล่น Girl Aloud กับ Sugababes น่ะเหรอ แทบไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้นแล้วล่ะ
Rochelle (โรเชล) อธิบายว่า ที่ตั้งชื่อวง
The Saturdays ก็เพราะ
...“ถ้าพูดถึงวันที่ทุกคนชอบมากที่สุดในสัปดาห์ มันก็จะเป็นวันที่พวกเราได้ออกไปเที่ยวข้างนอกตอนกลางคืน และแน่นอน มันคือวันเสาร์’...เอาเป็นว่าเพลงของสาวๆ น่ะ พ็อพแท้แน่นอน แถมพวกเธอยังภูมิใจกับมันอีกต่างหาก... “ทำไมหลายคนถึงไม่ค่อยชื่นชอบในเพลงพ็อพก็ไม่รู้” มอลลี่เล่าให้ฟังว่า …“ทุกวันนี้ ทุกคนต่างเคร่งเครียดกับแนวทางของดนตรีว่าจะต้องออกมาแปลก โดดเด่น แต่พวกเรานี่แหละเกิร์ลแบนด์แบบเต็มสตรีม และพวกเราก็รักมันมาก.”....“เราไม่ใช่นางเเบบที่ร้องเพลงไม่ได้ พวกเราทั้งหมดมีความสามารถทั้งการร้องเเละการเต้น”... เเฟรงกี้กล่าว ...“ไม่มีใครมาบอกเราให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือต้องทำโน่นทำนี่ เราเเตกต่างจากคนอื่นก็เพราะพวกเราเป็นตัวของตัวเอง เเละนั่นก็เป็นสิ่งที่ควรจะเป็น”...
สาวๆ ทั้ง 5 พร้อมแล้วที่จะออกทัวร์กับเกิร์ลแบนด์รุ่นพี่อย่าง Girls Aloud ก่อนที่จะปล่อยซิงเกิ้ลแรกในแนวอิเลคโทรป็อปอย่าง ‘If This Is Love’
...“พวกเราอดใจไม่ไหวที่จะออกไปร้องเพลงต่อหน้าผู้คน มันต้องเป็นอะไรที่สุดยอดเเน่ๆ”... วาเนสซ่าพูดอย่างตื่นเต้น ...“เเละฉันมั่นใจว่าคนดูจะต้องชื่นชอบมันอย่างแน่นอน”...
...“กับซิงเกิ้ลเเรกของพวกเรานั้นมันช่างมหัศจรรย์มากๆ”... อูน่ายังเล่าให้ฟังต่อว่า ...“พวกเราทำงานกันอย่างหนักมานานแล้ว เเละตอนนี้พวกเราต้องการที่จะโชว์ให้ทุกคนได้เห็นว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง พวกเราพร้อมเเล้ว”

The Saturday นี่ล่ะที่จะเป็นผู้นำเพลงป็อปให้กลับมามีชีวิตชีวา??
มารู้จักพวกเธอแบบรายตัวกันเลยดีกว่า….
Frankie sandford (แฟรงกี้)
ตำแหน่ง Guitar, Vocals
เเฟรงกี้เป็น 1 ในสมาชิก S Club Juniors เมื่อปี 2002 เธอยังคงร้องเพลงต่อไปหลังจากเเยกวงกันเเล้ว เเละเธอก็ยังคอยโอกาสที่จะกลับมาอีกครั้ง เเละนี่เธอก็ได้รับโอกาสนั้น
เธอพูดถึงตัวของเธอเองเหมือนเด็กสาวทั่วๆไปว่า เธอชอบที่จะมีความรักเเละไม่ชอบคนส่งเสียงดังขณะทานอาหาร “ฉันต้องพูดอะไรสักอย่างเสมอ ” เธอเิปิดกว้างเรื่องความรักเเละเปิดโอกาสที่จะให้หนุ่มหล่อผ่านเข้ามา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะพบคู่ที่เหมาะสมกันกับตนเอง แฟรงกี้ชอบหนุ่มแนวนักดนตรี ของโปรดตอนนี้คือครัวซองค์ช็อคโกแลต
Una Healy (อูน่า)
ตำแหน่ง Vocals, guitar
เริ่มเส้นทางนักร้องจากวงร็อค เเละหลังจากเขียนเพลงเเละบันทึกเพลงอัลบั้มของเธอเอง โดยเธอได้ไปโชว์ตามคลับเเละบาร์ในเเถบ Ireland เธอเป็นคนไวต่อสิ่งต่างๆ เเละเป็นพวกเข้มเเข็ง ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่มีเหตุผลที่สุดในวง เเต่ทุกครั้งเธอจะสร้างความประหลาดใจด้วยคารมคมคาย เธอเป็นคนง่ายๆเเละชอบการผ่อนคลาย เเละดูหนัง เธอนักกีต้าร์ที่น่าทึ่ง เธอชอบการออกกำลังกายที่ยิมเเละชอบดื่มชา เธอไม่ทนกับคนที่ไม่ดี เเละไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงได้ชอบคนเเบบนั้น ทุกคนในวงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอช่างเป็นเรื่องสุดยอดมาก”
Mollie King (มอลลี่)
ตำแหน่ง Vocals, Guitar
เธอเคยเป็นสมาชิกในวงเกิร์ลแบนด์ 2-3 วงเมื่อตอนเด็กๆ เเต่เธอไม่เคยขึ้นเวทีเเละได้ออกอัลบั้มเลย เธอเป็นเด็กสาวคนหนึ่งที่หัวเราะดังมากๆ เท่าที่คุณจะเคยได้ยินมาและเธอจะเป็นคนที่ตื่นเต้นกับทุกอย่าง เธอเป็นคนที่ชอบย่อคำพูดทุกอย่างที่เธอจะพูดออกมา เเละเธออยากจะเจอเซเลบริตี้ ชื่อดัง (หนึ่งในนั้นคือ Britney Spears ที่เธอชื่นชอบมาก) เธอชอบบริทนี่มากๆ เธอไม่ชอบคนหยาบคายและคนที่ไม่มีแรงบันดาลใจ เธอชอบเเฟชั่น ทุกอย่างที่เป็นเเนววินเทจ เธอชอบผู้ชายผมยาว เเละอยากที่จะพบปะคุยกับหนุ่มนักเล่นเซิร์ฟบอร์ด
Vanessa White (วาเนซซ่า)
ตำแหน่ง Vocals
เธอเกิดที่ Somerset เเละโตมากับโรงเรียน Sylvia Young Theatre ใน London เธอเคยเป็นนักเเสดงละครเวทีเรื่อง Lion King โรเชลบอกว่าวาเนสซ่านั้นเหมือนคริสติน่า อากีเรล่า เเต่ตลกกว่าเยอะ คำพูดติดปากเธอคือคำว่า “Cringe” เธอเป็นคนน่ารัก เเละชัดเจนว่าตัวเองชอบอะไรเเละไม่ชอบอะไร เธอหัวเราะได้กับทุกอย่างรอบตัว เเต่ตรงกันข้ามวาเนสซ่าเป็นสาวขี้อาย ติดไฮเปอร์นิดๆ เเละเธอยังชอบเเต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสดใส เเละก็ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ เเละผู้คนที่นิสัยไม่ดี
Rochelle Wiseman (โรเชล)
Vocals
โรเชลเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กๆ และเป็นหนึ่งในสมาชิกจาก S Club Juniors กับ แฟรงกี้ พวกเธอรู้จักกันตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เธอได้ร่วมงานกับช่อง BBC หลังจากที่วง S Club Juniors แยกกัน เธอเป็นคนหวานๆ แต่พูดเสียงดัง ตลกและรักการช็อปปิ้งที่สุด เรื่องฝนตกไม่เป็นปัญหาสำหรับ ไม่ว่าฝนตกหนักแค่ไหน ถ้าเธออยากช็อปปิ้ง เธอก็จะไป ซึ่งก็เป็นตัวตั้งตัวตีที่จะชวนอีก 4 สาวออกไปช็อปปิ้งบ่อยๆ เเม่ของเธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดและเธอไม่ชอบให้ใครที่มีกลิ่นปากมาหายใจรดเธอ เเละเธอเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเอง ซื่อสัตย์ เเละชอบคนที่ทะเยอทะยาน เธอชอบผู้ชายสูง ผิวเข้มและมีกล้าม พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ชายหล่อที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ
http://www.thesaturdays.co.uk/
ข้อมูล : Universal
สาวๆ
วง The Saturdays เจ้าของเพลงฮิต If This Is Love
เเละ Issues จากอัลบั้ม Chasing Lights
ที่กำลังไต่ชาร์ตเพลงคลื่นต่างๆในบ้านเราขณะนี้
พร้อมแล้วกับการมาโปรโมทในประเทศไทยครั้งเเรก!!
บินตรงมาพบเเฟนเพลงชาวไทยโดยเฉพาะ
แบบสุด Exclusive ในวันที่ 2-5 สิงหาคมนี้แน่นอน!!
โดยงานนี้เฉพาะ winner จาก mediapartner และสื่อมวลชน
เฉพาะผู้ที่มีบัตรเข้างานเท่านั้น
จะได้สัมผัสกับพวกเธอแบบใกล้ชิดในงาน
อังคารที่ 4 สิงหาคมนี้
Zense @ Zen Central World (ชั้น 17) เวลา 2 ทุ่มเป็นต้นไป
ในงานคุณจะได้กระทบไหล่กับ 5 สาว The Saturdays พร้อมชมโชว์สุดพิเศษที่ 5 สาวเตรียมมาสร้างความประทับใจโดยเฉพาะ เเละภายในงานยังลุ้นของรางวัลใหญ่มากมาย ตลอดค่ำคืน
ใครยังไม่มีบัตรหาบัตรเข้าง่านด่วนที่ Easy FM และ Channel V
http://www.universalmusic.co.th/index.php

Lenka
ช่วงนี้ใครได้ยินโฆษณาตัวหนึ่ง เสียงร้องใสๆ สุดแบ๊ว ต้องถามถึงเพลงนี้ เอ็มวีสุดจะน่ารัก เจ้าเพลงที่ชื่อ The Show ใครร้องกันเหรอ? แถมยังติดชาร์ตบ้านเราเป็นว่าเล่น
เจ้าของเสียงที่ว่าคนนี้ เธอมีชื่อว่า Lenka (เล็ง-ก้า) ศิลปินสาวชาวออสเตรเลีย ด้วยความแรงของเพลง “The Show” ที่ถูกนำไปประกอบโฆษณา, ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์มากมาย ชื่อของ Lenka จึงเป็นที่สนใจของแฟนเพลงทั่วโลก และมีคนเข้าไปดู MV “The Show” สุดแบ๊วทาง youtube มากกว่า 1 ล้าน 3 แสนครั้ง เลยทีเดียว
แต่ขอโทษเธออายุ 31 (1978) แล้วนะคะ และนี่ก็เป็นอัลบั้มแรกของเธอซะด้วย โดย Lenka นั้นเกิดและเติบโตในออสเตรเลียมีผลงานด้านการแสดงมาแล้วทั้งละครเวที, ละครโทรทัศน์, ภาพยนตร์อินดี้ รวมทั้งยังเคยเป็นนักร้องนำให้กับวง Decoder’s Ring ถึง 2 อัลบั้ม ก่อนที่จะตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมา LA เพื่อเป็นศิลปินเดี่ยว
ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์อีกทั้งความสามารถในการเขียนเพลง
Lenka จึงได้รับข้อเสนอจากค่ายเพลงมากมาย
แต่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ Epic
Records ออกอัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่ออัลบั้ม ซึ่งนอกจากเพลง “The Show” ซึ่งเป็นเพลงเด่นประจำอัลบั้มนี้แล้ว
ยังมีเพลงที่น่าสนใจ อาทิ “Trouble Is A
Friend” และ “Live Like You’re Dying” ที่ถูกนำไปประกอบซีรี่ยส์ Grey’s Anatomy, “Dangerous & Sweet” ที่ได้ศิลปินรับเชิญ Howie Day มาร่วมร้องในเพลงนี้ด้วยโดยอัลบั้มนี้ ออกมาตั้งแต่ 24
September 2008 เพิ่งจะมาได้ฤกษ์โปรโมทกันก็เกือบๆ กลางปีน่ะจ้า แอ๊บแบ๊วสุดๆ ไปเลย
อ้อในเอ็มวี The Show บางมุม ดูแล้วนึกถึง Lily Allen เหมือนกันนะเนี่ย
: ข้อมูลบางส่วนจาก Sony Music

The Black Eyed Peas
หรือ BEP วงฮิพฮ็อพพ็อพที่โด่งดังและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคจากแอลเอกลับมาแล้ว หลังจากทิ้งท้ายไว้ที่ อัลบั้ม Monkey Business ในปี 2005 และขอบอกว่ากลับมาครั้งนี้...ไม่ธรรมดา เพราะคุณพี่ Will.I.Am เล่นพาสาว Fergie เฝอ ที่รุ่งอรุณโรจน์กับอัลบั้มเดี่ยว The Ducthess ที่คุณพี่ปลุกปั้นโปรดิวซ์มากะมือ พร้อมลูกทีมอีก 2 หน่ออย่าง Taboo และ Apl.De.Ap เข้ายึดชาร์ตบิลบอร์ด แรงนำร่องมาก่อนด้วยซิงเกิ้ลแรก Boom Boom Pow เพลงแด๊นซ์สไตล์ดิจิตอล ที่แรงสุดๆ อันดับ #1 Billboard Hot 100 กว่า 12 สัปดาห์ ตบด้วย ซิงเกิ้ลที่ 2 ที่ไม่รู้มันเริ่ดตรงไหน ขึ้นท็อปได้ไง? I Gotta Feeling เปิดตัวที่อันดับ 2 เป็นรองแค่ Boom Boom Pow ของพวกเขาเท่านั้น!!! กับอัลบั้มฮิพฮ็อพแด๊นซ์อิเลคโทรพ็อพสุดมันส์ และซาวน์ดนตรีสุดล้ำ สมกับเป็นวงฮิพฮอพที่นำทีมโดย Will.I Am.โปรดิวเซอร์มือทองของยุคที่งานชุกไม่แพ้ใครหน้าไหน กับอัลบั้มชุดที่ 5 ที่ใช้ชื่อว่า The E.N.D (Energy Never Dies) ที่ไม่ว่าจะรวมกันวงนี้เขาก็รอด หรือจะให้แยกเดี่ยว ก็รอดอีก...ไม่มีพาวงล่มแน่นอน
เจ้าของสถิติคอนเสิร์ตที่ Sold Out ถึง3 รอบติดๆ ในเมืองไทย (แว่วว่าติดใจเมืองไทยมากจนจะมาอีกนะเนี่ย) และยอดขายทั่วโลกกว่า 18 ล้านอัลบั้ม 9 ล้านก๊อปปี้ซิงเกิ้ล พร้อมเพลงฮิตอย่าง My Humps (#3US), Where Is The Love(#8US.) , Don’t Phunk With My Heart (#3US) , Don’t Lie, Hey Mama การกลับมาครั้งนี้ เป็นการรวมตัวอีกครั้งของสมาชิกทั้ง 4 อีกครั้งหลังจากแยกย้ายกันไปมีผลงานเดี่ยว และแน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้ BEP ก็ได้สร้างสถิติกลายเป็น 1 ใน11 ศิลปินที่เป็นเจ้าของอันดับ 1-2 พร้อมกันบนชาร์ตบิลบอร์ด พร้อมกันนี้ Boom Boom Pow ยังกลายเป็นอันดับ 1 เพลงแรกของทางวง ที่สร้างสถิติยึดชาร์ตอันดับ 1 ไว้นานถึง 12 สัปดาห์ และยังแรงด้วยยอดขายอันดับ 1 ทั้งออสเตรเลีย แคนาดา และ UK. เช่นเดียวกับ I Gotta Felling ที่ขึ้นเป็นอันดับ 1US. เมื่อวันที่ 3 แทน "Boom Boom Pow" กลายเป็นอันดับ 1 เพลงที่ 2 (3UK.) ของทางวงฝีมือโปรดิวซ์โดย David Guetta ดีเจชาวฝรั่งเศสที่กำลังมาแรงสุดๆ ได้รับเลือกให้เป็น World DJ ลำดับ 5 เมื่อปี 2008 ที่มาร่วมปรากฏตัวในเอ็มวีนี้ด้วย

I
Gotta Feeling" ยังถือเป็นซิงเกิ้ลที่เปิดตัวในบิลบอร์ดได้สูงสุดของทางวงคือ
อันดับ#2 มียอดขายดิจิตอลดาวน์โหลดกว่า 1,104,000 เฉพาะในอเมริกา จากการแทนที่ด้วยการขึ้นเป็นอันดับ 1 แทน Boom Boom
Pow นั่นเอง ส่งผลให้ BEP กลายเป็นวงที่ 4
ที่เพลงของตัวเองขึ้นไปแทนที่ อันดับ 1 ของตัวเองในประวัติศาสตร์บิลบอร์ด ต่อจาก The
Beatles, Boy II Men และ Outkast เป็นอันดับ #1 ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ รวมเป็นตัวเลขอันดับ
#1 US. ชาร์ตที่ 15 สัปดาห์ติดต่อกัน เรียกว่ากลับมาครั้งนี้ The Black Eyed
Peas มาแรงเกินคาด ด้วยสถิติเพียบบบบสมกับการเป็นวงที่ไม่เหมือนใคร
และไม่มีใครทำได้อย่างพวกเค้าจริงๆ
>> I got a feeling (David Guetta remix) - Black Eyed Peas