
อุตส่าห์ลดทิฐิ ยอมกลับมารวมตัวออกทัวร์อีกครั้ง กับอดีตพลพรรคผองเพื่อน Boyzone ออกอัลบั้มรวมฮิตพร้อมพลงใหม่ ในชื่อชุด Back Again No Matter What สุดจะเวิร์คไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา
มาปีนี้ ป๋าโร Ronan Keating หนุ่มเสียงนุ่มละมุนในวัย 32 เจ้าของเพลงสุดจะฮิต ทั้ง When You Say Nothing At All, Life Is A Rollercoaster, The Way You Make Me Feel รวมถึงเพลงคัฟเว่อร์อย่าง Irish ที่ร้องได้ดีแจ่มแจ๋วไม่แพ้ต้นฉบับ หนุ่มไอริชสุดโรแมนติกของเรา เลือกถอยโซโล่อัลบั้มชุดที่ 5 ที่มาในคอนเซ็ปต์เพลงเพื่อแม่ หันมาลุยเพลงคัฟเว่อร์ตามถนัด และทำได้ดีเชียวล่ะ
“Songs For My Mother” อัลบั้มที่รวบรวม 10 บทเพลงรักสุดซาบซึ้ง ที่ Ronan Keating อุทิศให้กับคุณแม่ Marie Keating ผู้ล่วงลับ นำมาด้วยเพลงเอก Time After Time, Make You Feel My Love, I Believe I Can Fly รวมถึง This Is Your Song เพลงจากอัลบั้มชุดที่ 3 Turn It On ที่ Ronan เคยเขียนเพลงนี้ให้พ่อกับแม่ไว้ โดยคราวนี้มาในเวอร์ชั่นใหม่น่าฟังกว่าเดิม ใช้เวลาบันทึกเสียงเพียงแค่ 2 วันก่อนเข้าช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีที่ผ่านมา ขนเอาวงออร์เคสตร้ามาบันทึกเสียงกันสดๆ ในสตูดิโอ โดยได้ Stephen Lipson ที่เคยฝากผลงานกับ Paul McCartney, Will Young รวมถึง Pet Shop Boys มาเป็นโปรดิวเซอร์ดูแลอัลบั้มสุดจะไพเราะ ฟังสบายชุดนี้ ที่ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 UK. ไปเรียบร้อยในช่วงเทศกาล วันแม่ Mother's Day ของคนอังกฤษ และเปิดตัวที่ #4 Irish Charts ก่อนที่จะขยับขึ้นไปอยู่ท็อปชาร์ตในวีคต่อไป .....โฮ่ะๆ เวิร์คจริง ๆ เลยค่ะป๋า อัลบั้มที่วางแผนการตลาดมาเป็นอย่างดี โดยมี Time After Time งานเก่าของสาวร่างเล็ก Cyndi Lauper การันตีความฮิตซ้า

1. "Time After Time"
2. "Make You Feel My Love"
3. "Both Sides Now"
4. "Vincent"
5. "Carrickfergus"
6. "I Believe I Can Fly"
7. "Mama’s Arms"
8. "Wild Mountain Thyme"
9. "Suspicious Minds"
10. "This Is Your Song"


Utada Hikaru
หรือชื่อเรียกที่แฟนเพลงฝั่งอเมริกา-ยุโรปรู้จักในชื่อของ Hikki หรือ Utada เฉยๆ
Utada Hikaru เข้าวงการมาตั้งแต่เมื่อครั้งอัลบั้มเปิดตัว First Love กับยอดขาย 8 ล้านก๊อบปี้เมื่อปี 1999 ผ่านไป 10 ปี วันนี้ เธอคือ1 ในบรรดาซูเปอร์สตาร์นักร้อง-นักแต่งเพลงแห่งแดนปลาดิบที่มียอดขายอัลบั้มสูงสุดของญี่ปุ่น ด้วยวัยที่เพิ่งจะ 26 ปีในวันนี้ สาวอินเตอร์อย่าง Utada ขอโกอินเตอร์ข้ามหัวเอเชียอีกสักที หลังออกอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นมาแล้ว 5 ชุด 1 รวมฮิต 1 อัลบั้มภาษาอังกฤษในชื่อ Exodus เมื่อปี 2004 เครดิตศิลปินเจ้าของยอดขายอัลบั้ม-ซิงเกิ้ลทั้งหมดกว่า 36 ล้านก๊อปปี้ พร้อมการถือครองสถิติ “นักร้องสาวที่มียอดขายสูงสุดในเอเชีย”
โผล่มา FF>> ทั้งที แน่นอน สาวฮิกกี้ Utada ก็ต้องมาพร้อมอัลบั้มเพลงสากลลำดับที่ 2 ที่มาครั้งนี้ บุกตลาดวางขายในอเมริกาภายใต้สังกัด Island Def Jam Records อัลบั้มเปิดตัวที่ #178 ใน บิลบอร์ด 200 ซิงเกิ้ลเปิดกระหน่ำวิทยุเพลงสากลบ้านเรา ฮิตติดหูไปแล้วเรียบร้อยกับซิงเกิ้ลเเรก “Come Back To Me” อาร์เเอนบีบัลลาด ที่แม้แต่ Ne-Yo ก็ยังเอ่ยปากชมว่างั้น
กลับมาครั้งนี้
แม้อัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกจะทำยอดขายได้น้อยที่สุดในชีวิต สาวฮิกกี้ก็ขอทุ่ม ดึงตัวจับคู่ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ดังระดับ
Stargate ระดับ Tricky" Stewart ที่ร่วมงานมาแล้วทั้ง Madonna / Rihanna ตัว Utada เองมีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้องแทบจะทุกแทร็คในอัลบั้ม
บันทึกเสียงทั้งที่นิวยอร์ก แอตแลนต้า ญี่ปุ่น รวมถึงแพลนที่จะออกทัวร์โปรโมทอัลบั้มในอเมริกาตามมา แม้ตัวอัลบั้มจะลอยลำเข้าบิลบอร์ดเปิดตัวอย่างไม่สวยหรูเท่าไหร่
แต่มาดูกันที่ยอดขายใน iTunes ของอัลบั้มนี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
“This Is The One” ทำยอดดิจิตอลดาวน์โหลดถือครองอันดับ
#19 iTunes US.
Chart โดยที่ผ่านมา ไม่มีศิลปินจากญี่ปุ่นคนไหนสามารถลอยลำผ่านเข้า Top
100 ชาร์ตนี้ได้เลยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

....และนี่ก็คือ
Utada Hikaru ซูเปอร์สตาร์สาวตัวจริงที่เกิดที่เมืองนิวยอร์กแต่ไปโตที่ญี่ปุ่นและในอเมริกา
แต่แหมจะ ไอ้ชุดม่วงๆ ผมม้านี่..คล้ายป้าจินตราไปนิด แฟนคลับอย่าว่ากันเน้อ...


Kelly Clarkson
....แก้วตาขาร็อค...
ทำเอาแฟนคลับแม่สาวAIตัวอวบเสียศูนย์ไปไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะรูปลักษณ์หรือแนวเพลงกับ My December อัลบั้มลำดับ 3 เมื่อสองปีก่อน ที่มาพร้อมซิงเกิ้ลเปิดตัว "Never Again" ที่แม้จะอันดับสูงสุดที่ #8 อัลบั้มเปิดตัวที่ # 2 บิลบอร์ด แต่มันก็กลายเป็นอัลบั้มที่ทำยอดขายได้น้อยที่สุดของ Kelly Clarkson ไปซะนี่
มาปีนี้สาวอเมริกันไอด้อลวัย 26 เจ้าของตำแหน่งปี 2002 กลับมาอีกครั้งกับงานใหม่ลำดับที่ 4 “All I Ever Wanted” ที่เปิดตัวอย่างหรูเริ่ดด้วยซิงเกิ้ลแรกชื่อออกจะแรง “My Life Would Suck Without You” ฝีมือแต่ง- โปรดิวซ์โดย Dr. Luke และ Max Martin ที่อันดับ 1# บิลบอร์ด ด้วยสถิติสุดอลัง ก้าวกระโดดจาก #97 ไป #1 แทนที่ "Womanizer" ของแม่บริท Britney Spears กลายเป็นอันดับ #1 เพลงที่ 2 ต่อจากเมื่อครั้งเปิดตัวที่ "A Moment Like This"เพลงสไตล์บัลลาดที่สาวกเชียร์อยากให้แม่คุณยึดแนวนี้ซะเต็มประดา 'My Life Would Suck Without You' ยังข้ามฝั่งไปโดนใจคอเพลงอังกฤษยึดอันดับ #1 UK. เป็นครั้งแรกอีกด้วย
>> All I Ever Wanted
มาพร้อมกับเหล่าขุนพลนักแต่งเพลง-โปรดิวเซอร์ไม่ว่าจะ
Ryan Tedder ที่กำลังเครื่องร้อน Dr. Luke,
Max Martin, Howard Benson นอกจากซิงเกิ้ล
"I Do Not Hook Up" ที่ถูกวางตัวไว้เป็นซิงเกิ้ลที่ 2
ของอัลบั้มแล้ว ยังมีเพลงอย่าง “Cry” และ “I Want You” สองเพลงสุดเพราะที่
Kelly แต่งเอง และ “I Do Not Hook Up” ที่ได้สาว
Katy Perry มาช่วยแต่งเพลงนี้ให้ และยังมาพร้อมของแถม:
CD+DVD ประมวลภาพเบื้องหลังการทำงานในอัลบั้ม เอ็มวี“My Life
Would Suck Without You” + Photo Gallery สำหรับแฟนคลับที่ตามเชียร์สาวไอด้อลลูกหมูคนนี้อย่างเหนียวแน่น
>> ลูกผัวกวนใจน่ะเหรอ ...ไม่มีค่ะ
อายุอานามผ่านร้อนผ่านหนาว 7 ปีในวงการมาหยุดที่ตัวเลข 26 แต่ Kelly Clarkson ในตอนนี้ก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะมีตัวจริง จับคู่หนุ่มผู้โชคดี มาเข้าพิธีแต่งงานมีลูกผัวขายภาพออกสื่อ เมื่อเทียบกับซูเปอร์สตาร์ในวัยเดียวกัน หนูลี่บอกว่า เธอไม่ได้ปิดกั้นตัวเองหรอกนะ เพียงแต่ยังไม่เจอหนุ่มที่จะมาสู้รบปรบมือ รับกับตารางงาน-ทัวร์ที่ยุ่งเหยิงของเธอได้ ที่ผ่านมาก็คบหาเดทถูกใจมา 2-3 คน แต่ก็ยังไม่มีเวลาให้หนุ่มๆ พวกนี้อยู่ดี ส่วนหนุ่มที่มีข่าวกะเธอน่ะเหรอ ก็ Graham Colton ที่เคยออกทัวร์ด้วยกันนั่นไงล่ะ

