

Flo Rida ชื่อนี้มาแรงแซงโค้งตีคู่มากับซาวนด์แทร็คหนัง Step Up 2 The Streets ที่ขนเพลงฮิตมาให้มันส์กันเพียบ ป้วนเปี้ยนในบิลบอร์ดชาร์ต แจ่มๆ ทั้งนั้นตั้ง 4-5 ซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม Ost. ที่มาแรงสุดๆ รับปี 2008 ที่ 1 ในนั้นก็คือซิงเกิ้ลสุดฮ็อต “Low” feat. T-Pain เจ้าของอันดับ #1 บิลบอร์ดยาวนานกว่า 10 สัปดาห์ (เจ้าของสถิติอันดับ #1 นานที่สุดคนก่อนคือ Beyonce กับ “Irreplaceable" ปี2006) ที่แจ้งเกิดแร็พเปอร์หนุ่มอเมริกันผิวสีหน้าใหม่อีกราย Flo Rida หรือชื่อจริงว่า Tramar Dillard โดยที่มาของชื่อ Flo Rida ก็มาจากรัฐ Florida ที่เติบโตมาทุกวันนี้น่ะเอง ตั้งกันง่ายๆ แบบนี้เลยนะเพ่ ด้วยอายุอานามที่ปีนี้ก็ปาเข้าไป 28 แล้ว ไม่น่าเชื่อว่าความแรงจากซิงเกิ้ลแรกอย่างเป็นทางการของเจ้าตัว นั่นก็คือ “Low” โปรดิวซโดย T-Pain จะต่อยอดความสำเร็จจากซาวนด์แทร็คที่ขึ้นชื่อว่าขายดีสุดๆ ของต้นปีนี้ ส่งต่อมาเป็นอัลบั้มแรกในชีวิตที่ใช้ชื่อว่า Mail On Sunday ภายใต้สังกัด Atlantic Records โดยก่อนหน้านี้นั้น Flo Rida มีซิงเกิ้ลแจ้งเกิดซึ่งก็คือ "Bitch I'm From Dade County" ร่วมกับ DJ Khaled ในอัลบั้ม We The Best ตอนนั้นที่ร่วมงานกัน Flo Rida อายุแค่ 23 เท่านั้น เวลาล่วงเลย ผ่านมานาน จนมาเข้าปี 2007 ที่แล้วนี่เอง Flo Rida ก็ได้เซ็นสัญญาทำอัลบั้ม โดยเลือกที่จะยืดอกบ่งบอกเครดิตว่าเป็นแร็พเปอร์มาจาก Florida เช่นเดียวกับแร็พรุ่นพี่ Rick Ross, Trina และ Trick Daddy และนั่นก็คือเรื่องราวก่อนจะมาเป็น “Low” ซิงเกิ้ลเปิดตัวที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักชื่อของ Flo Rida และไม่คาดคิดว่ามันจะสร้างสถิติให้กับแร็พเปอร์หน้าใหม่คนนี้มากมายอลังการงานสร้างจริงๆ - "Low" featuring T-Pain ขึ้นอันดับ #1 เพลงที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดของ iTunes เดือนพฤษจิกายน 2007 - ตัวเพลงเปิดตัวที่อันดับ #4 และขึ้นถึงอันดับ #1 Billboard Hot 100 วันที่ 5 มกราคม กลายเป็นอันดับ 1 บิลบอร์ดเพลงแรกของปี 2008 ก่อนถูกแทนที่ด้วย "Love in This Club" ของ Usher featuring Young Jeezy - นี่คือเพลงที่มียอดขายผ่านดิจิตอลดาวน์โหลด(ถูกกฎหมาย)มากที่สุดใน 1 อาทิตย์ บันทึกใน Billboard Magazine ด้วยยอด 470,000 ก็อปปี้ โดยเพลงที่ถือครองสถิติที่ว่ามาก่อนหน้านี้คือ "Fergalicious" ของ Fergie ที่มียอดดาวน์โหลด 294,000 ดิจิตอลก็อปปี้ต้นปี 2007 Mail On Sunday อัลบั้มนี้ ซิงเกิ้ลแรกนอกจากจะเป็นฝีมือโปรดิวซ์ของ T-Pain แล้ว ซิงเกิ้ลที่ 2 "Elevator" ยังได้ Timbaland มาร่วม feat รวมถึงทำเพลงนี้ให้ ดาหน้ามาด้วยคนดังที่มาร่วมงานในอัลบั้มชุดนี้อีกมากมาย ไม่ว่าจะน้องใหม่มาแรงของปีที่แล้วเช่นกัน Sean Kingston มากับแทร็คที่ชื่อ "Roll"., Young Joe, Rick Ross ,Trey Songz , Lil Wayne, และ Will.I.Am. ที่โผล่มาร่วม feat ในเพลง In The Ayer มาดูกันที่คอนเซ็ปต์อัลบั้ม ในส่วนของเนื้อหานั้นก็จะมีทั้งเรื่องราวความสัมพันธ์ชวนปวดเฮดกับสาวๆ ไปจนถึงช่วงเวลาดีๆ กะให้ปาร์ตี้กันเมามันส์เต็มที่ในคลับไปเลย กะอีแค่ Low ซิงเกิ้ลเปิดตัว ก็มันส์กันเห็นๆ อยู่แล้ว นี่คืออีกหนึ่งแร็พเปอร์มาแรงที่สุดของปีนี้ ที่สำคัญรอยสักบนแผ่นหลังมีให้เห็นบนปกหลัง ถ้าเป็นของจริงล่ะก็?.... Flo Rida สมชื่อ แล้วก็เท่สุดๆ ไปเลยเพ่ 
DARIN หรือ Darin Zanyar
หนุ่มน้อยวัย 20 จมูกโด่งปากแดง หล่อใสมาแต่ไกล ว่าแต่เค้าเป็นใครเหรอ?
ชื่อที่เราจะรู้จักกันต่อไปนี้ เรียกกันสั้นๆ เรียกแค่ Darin ก็พอ โฮ่ะๆ ชื่อยิ๋งหยิง ขอบอกว่าพ่อคนนี้กำลังดังมากเลยล่ะค่าที่สวีเดน ด้วยเครดิต รอง Swedish Idol ปี 2004 ตอนที่ได้ตำแหน่งมา หนุ่ม Darin เพิ่งจะเอ๊าะๆ อายุแค่ 17 เท่านั้น ด้วยรูปร่างหน้าตา และน้ำเสียงอันโดดเด่นนี่เอง หนุ่มหน้าตาดีมีทางเลือกเยอะอย่าง Darin เลยได้ออกอัลบั้มแรกในแนวพ็อพ-อาร์แอนด์บีซึ่งมีชื่อว่า ‘The Anthem’ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2005 ยอดขายงี้ขอบอกว่าแจ่ม แหงล่ะเพราะได้ Max Martin มาทำเพลงให้เชียวนะ ถัดมาอีกแค่ 7 เดือนเท่านั้น อัลบั้มชุดที่ 2 ‘Darin’ ที่ใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อเรียก ขายได้ถึงระดับ Platinum เช่นเดียวกัน แล้วก็มีซิงเกิ้ลสุดฮิตอย่าง ‘Step Up’ ติดชาร์ตที่สวีเดนที่อันดับ 1 รวมถึงซิงเกิ้ลอย่าง ‘Money For Nothing’ นี่ก็ #1 และ ‘Who’s That Girl’ ใน Top 10 ซึ่ง 3 เพลงที่โฆษณามาทั้งหมด SONY&BMG ประเทศไทย ได้หยิบมาแถมเป็น Bonus tracks ในอัลบั้มนี้ที่ใช้ชื่อว่า Break The News ด้วยแหละ ซึ่งก็นับเป็นอัลบั้มที่ 3 เข้าไปแล้วของหนุ่มหน้า ใสปิ๊ง ใสปิ๊งคนนี้
ซิงเกิ้ลแรก ‘Perfect’ เพลงพ็อพใสๆ ที่ขึ้นถึงอันดับ 2 ที่สวีเดนมาแล้ว ตามด้วยซิงเกิ้ลที่สองอย่าง ‘Everything But The Girl’ พ็อพบัลลาดช้าๆ อีกเพลงที่ดังไม่แพ้กัน และซิงเกิ้ลที่ 3 ‘Desire’ ที่มาพร้อมท่าเต้นสุดจะเซ็กซี่ อ่ะนะ ต้องไปหาดู MV ใน youtube ซะหน่อยแล้ว
หนุ่มคนนี้นอกจากเป็นนักร้องที่ออกอัลบั้มมาถึง 3 ชุดแล้ว ยังเป็นนายแบบและพรีเซ็นเตอร์อีกด้วยนะจ๊ะ
และก็มีแฟนคลับที่ประเทศของเค้าเป็นสาวๆ ที่คอยให้กำลังใจไอดอล loser คนนี้อื้อเลย และก็น่าจะถูกใจชาว FF>> ไม่น้อย เพราะไอดอลอีกทีของหนุ่มคนนี้ เค้าชื่นชอบศิลปินอย่าง Michael Jackson, Madonna งี้ Celine Dion นี่อีก กรี๊ดดด ชวนให้สงสัยแล้วมั้ยล่า
ใครอยากรู้ว่าเพลงของหนุ่มคนนี้เป็นไง เข้าเว็บนี้เลย มี sample ให้ฟังนะจ๊ะ

![]() |
![]() |
![]() |
Janet Jackson
หอบเต้าพาซวย ลดอืดทันใจ โชว์เสต็ปแด๊นซ์ออกแรงเต้น เปิดตัวด้วยซิงเกิ้ล “Feedback” ที่ถามแล้วสำรวจอีก ว่าจะถูกใจแฟนเพลงทางไซเบอร์อ๊ะเปล่า Janet Jackson อาเจ้ลิงดำ กลับมาอีกครั้งอัลบั้มใหม่ Discipline สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 10 ด้วยวัย 41 ในวันนี้ของอาเจ้ ที่ยังคงผอมทันใจทุกครั้งทันเอ็มวีเปิดตัว หลังสะบักสะบอมไปกับลีลากระชากนมกลางเวทีซูเปอร์โบว์ลประกบคู่ Justin Timberlake ไปเมื่อ 4 ปีก่อน กระทั่งกลับมาอีกครั้งในปี 2006 กับอัลบั้มชุดก่อน 20 Y.O ที่กระแสความแป้กของเต้าทำพิษในครั้งนั้น ยังคงอยู่ครบครัน ตัวอัลบั้มแม้จะเปิดตัวที่ #2 สัปดาห์แรกด้วยยอดขาย 297,000 ก็อปปี้ แต่ก็ขายได้แค่ 1.2 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก มี "Call On Me" feat. Nelly และ "So Excited" ตัดออกมาโปรโมทพอให้ได้หน้า แต่ซิงเกิ้ลต่อๆ มาของเจ้ลิงดำ ก็แทบไม่ได้เปิดออกอากาศให้ได้ยินได้กระดิกหูกันอีกเลย ก็แหงล่ะข่าวบอกว่า Virgin ต้นสังกัดนั้นไม่ปล่อยงบให้อีเจ๊ทำเอ็มวีโปรโมท ตามด้วยยกเลิกไม่ต่อสัญญาเอาดื้อๆ ก่อนค่ายจะเจ๊งปิดตัวไปอย่างถาวร
แต่....ด้วยบารมีชื่อ Janet Jackson ซะอย่างปีที่แล้ว เจ้หอบเอานมต้มมาซบสังกัดใหญ่ Island Def Jam Records พาอัลบั้ม Discipline เปิดตัวที่อันดับ 1 บิลบอร์ดชาร์ตเมื่อ 26 กุมภา 2008 ที่ผ่านมา สร้างสถิติให้เจ้นั้น เป็นเจ้าของอัลบั้มอันดับ 1 รวมทั้งหมด 6 อัลบั้มด้วยกัน กลายเป็นศิลปินหญิงคนที่ 2 ที่มีอัลบั้มอันดับ 1 มากที่สุดรองจาก Barbra Streisand ทำไว้ที่ 8 อัลบั้ม ตัวซิงเกิ้ลแรก “Feedback” นั้น พอไปได้กับอันดับที่สวยหรูกู้หน้าที่สุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา ทำไว้ที่ #19 บิลบอร์ดชาร์ต กลายเป็น Top 20 เพลงแรกของอาเจ้ นับตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา มาดูกันซิว่า ย้ายค่ายมาอย่างนี้ การร่วมงานครั้งแรกกับ Island Def Jamจะมีอะไรต่างกันมากไหม? เจ้ตอบแบบตัวเองเจ๋งโทษค่ายว่า ...“ต่างกันมาก แรกๆ ที่เจ้เข้าไปร่วมงานกับ Virgin Records เราเข้าถึงกันใช้เวลาด้วยกันเหมือนคนในครอบครัว แต่แล้วคนพวกนั้น หลายๆ คนออกไปกันหมด กลุ่มใหม่เข้ามาทุกอย่างเปลี่ยนไป เราไม่ได้เข้าถึงกันแบบมองตาแล้วใช่โอเคเลยอะไรแบบนั้น นี่คือเหตุผลนึงด้วย ถึงเวลาแล้วต้องไปต่อ และเจ้ก็ออกมาเลย ส่วน LA Reid เรามีโอกาสเจอกัน รวมถึงเราสองคนก็รู้จักกันมานาน ยังไงดีล่ะ คือเค้าน่ะอยากได้เจ้มาร่วมงานตั้งแต่สมัยเข้ามาเซ็นกับ Virgin ใหม่ๆ แล้ว เฝ้าแต่ถามว่าเมื่อไหร่สัญญาจะหมด เจ้ก็บอกไปว่าเหลือแค่อัลบั้มสุดท้ายแล้ว มันเริ่มจากตรงนั้นล่ะ”….
นี่คืออัลบั้มแรกนับตั้งแต่ปี 1986 ที่ไม่ได้โปรดิวซ์โดยคู่หูทีมเจ้าเก่า Jimmy Jam & Terry Lewis มาช่วยขุนอัลบั้มนี้ รวมถึงตัวเจ้เอง ก็ไม่มีส่วนร่วมกับการเขียนเพลงและร่วมแต่งเพลงในอัลบั้มชุดนี้เลย ทั้งๆ ที่เคยมีเครดิตนี้มาโดยตลอดในอัลบั้มที่ผ่านๆ มา แต่สิ่งที่พิเศษมากกว่านั้น และทำให้เชื่อว่าคนนี้นี่แหละคือป๋าดันตัวจริงในการกลับมากู้หน้ากู้บารมีครั้งนี้ เพราะมีชื่อของ LA Reid ประธานบอร์ด Island Def Jam และตัว Janet Jackson เอง รั้งตำแหน่ง Executive Producer ของอัลบั้มนี้ซะด้วย รวมถึงเหล่าโปรดิวเซอร์ที่มีทั้ง Rodney Jerkins มาพร้อมกับซิงเกิ้ลแรก "Feedback", Jermaine Dupri คนคุ้นเคย , Ne-Yo สุดฮ็อต , Stargate , Johnta Austin, Tricky Stewart ,The-Dream มี "Rock with U" เป็นว่าที่ซิงเกิ้ลที่ 2 ของอัลบั้ม รวมถึงแพลนที่จะออกทัวร์ในช่วงซัมเมอร์นี้ ในรูปแบบเต็มวงพร้อมแด๊นเซอร์สุดอลัง แน่นอนว่าคงไม่มาถึงบ้านเราแน่ เพราะสมัยอีเจ้มาเมืองไทยสิบปีที่แล้ว จัดที่อินดอร์หัวหมาก คนดูมีอยู่หยิมนึงกระจุกอยู่หน้าเวที อีเจ้คงเข็ดจนตาย หรือถ้าสปอนเซอร์ทางนี้พร้อม ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ โฮ่ะๆ




